สอนใช้ endeavourOS + Xfce4 ต่อ printer Epson L3250

 1. ติดตั้ง Service พื้นฐาน (CUPS)
ก่อนอื่นเราต้องติดตั้งระบบจัดการเครื่องพิมพ์ที่เรียกว่า CUPS และระบบค้นหาเครื่องพิมพ์ในเครือข่ายครับ
เปิด Terminal แล้วใช้คำสั่ง:
sudo pacman -S cups cups-pdf avahi nss-mdns system-config-printer

จากนั้น เปิดการทำงานของ Service:
sudo systemctl enable --now cups
sudo systemctl enable --now avahi-daemon

2. ติดตั้ง Driver จาก AUR
Epson L3250 ใช้ Driver ตระกูล ESC/P-R ซึ่งบน EndeavourOS เราสามารถติดตั้งผ่าน AUR ได้ง่ายๆ โดยใช้ yay ครับ
yay -S epson-inkjet-printer-escpr
ให้กด Enter ไปเรื่อยๆ รอจนติดตั้งเสร็จ

3. การตั้งค่า Hostname (สำหรับเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi)
เพื่อให้ Linux ค้นหา Printer เจอผ่านชื่อ (mDNS) ให้แก้ไขไฟล์ nsswitch.conf:
sudo nano /etc/nsswitch.conf
มองหาบรรทัดที่เขียนว่า hosts:
แทนที่ด้วยคำสั่งนี้ทั้งหมดในบรรทัด 
hosts: mymachines **mdns_minimal [NOTFOUND=return]** resolve [!UNAVAIL=return] files myhostname dns
(กด Ctrl+O เพื่อเซฟ และ Ctrl+X เพื่อออก)

4. เพิ่ม Printer ผ่าน GUI
ไปที่เมนูของ Xfce (Whisker Menu) -> ค้นหา "Print Settings" (หรือพิมพ์ system-config-printer)

คลิกปุ่ม Add (หรือเครื่องหมาย +)
ถ้าต่อสาย USB: เครื่องจะมองเห็น Epson L3250 ทันที ให้กด Forward ไปเรื่อยๆ
ถ้าต่อผ่าน Wi-Fi: เลือกที่หัวข้อ Network Printer รอสักครู่ระบบจะค้นหาเครื่องพิมพ์ในวงแลนให้เอง เมื่อเจอแล้วให้เลือกตัวที่เป็น L3250 Series
ในขั้นตอนเลือก Driver ให้เลือก Epson -> L3250 และเลือก Driver ตัวที่เป็น ESC/P-R ที่เราเพิ่งลงไปครับ

5.ถ้าแก้ยังไงหน้า GUI ก็ไม่ยอมให้กด Apply ผมแนะนำให้ลองเข้าทาง Web Interface ของ CUPS ครับ (เปิด Browser แล้วพิมพ์ http://localhost:631) วิธีนี้จะข้ามบั๊กของหน้าต่าง Xfce และมักจะบอกสาเหตุที่ชัดเจนกว่าว่าทำไมถึง Error

วิธีเลือก:
ให้เลือกที่: EPSON L3250 Series (EPSON L3250 Series) (ตัวที่ไม่มีคำว่า driverless)

จากนั้นกดปุ่ม Continue

มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้วครับ ในช่อง Model ให้เลือกบรรทัดที่สองที่ระบบไฮไลท์ไว้ให้เกือบจะพอดีเลยครับ

สิ่งที่ต้องกด:

เลือกบรรทัดนี้: EPSON L3250 Series , Epson Inkjet Printer Driver (ESC/P-R) for Linux ...
(มันคือตัวที่ 2 ในรายการครับ ตัวนี้คือ Driver ที่เราติดตั้งผ่าน yay ไป ซึ่งจะรองรับฟีเจอร์ของ L3250 ได้ครบถ้วนที่สุด)
จากนั้นกดปุ่ม Add Printer ที่มุมซ้ายล่างครับ

ข้อผิดพลาด "Unable to locate printer EPSON5C38A2.local" หมายความว่าคอมพิวเตอร์พยายามจะหา Printer ผ่านชื่อเครือข่าย (Hostname) แต่หาไม่เจอครับ ปัญหานี้พบบ่อยบน Arch/EndeavourOS เพราะระบบความปลอดภัยของ Firewall หรือการตั้งค่าการค้นหาชื่อเครื่อง (mDNS) ยังไม่สมบูรณ์
เรามาแก้ให้มันเชื่อมต่อผ่าน IP Address โดยตรงแทนครับ ซึ่งจะเสถียรกว่ามาก:

แก้ไข Address ให้เป็น IP แทน (วิธีที่ชัวร์ที่สุด)

ในหน้าเว็บ CUPS เดิม (http://localhost:631) ให้ทำดังนี้ครับ:

คลิกที่ชื่อ Printer EPSON_L3250_Series (ตัวหนังสือสีฟ้าในรูปที่คุณส่งมา)

ที่แถบเมนูเลือก Administration -> Modify Printer

ระบบจะให้เลือกการเชื่อมต่อใหม่ ให้มองหา Network Printers แล้วเลือกตัวที่มี (192.168.1.39) (ตัวที่เราเห็นในรูปแรกๆ)

กด Continue ไปเรื่อยๆ จนจบ (ไม่ต้องเปลี่ยน Driver)
ลองสั่งพิมพ์ใหม่ครับ

Gemini บอกว่า

ในหน้านี้ ให้เราเปลี่ยนมาใช้วิธีระบุเป็นเลข IP Address เพื่อตัดปัญหาเรื่องหาชื่อเครื่อง (.local) ไม่เจอครับ


วิธีการ:

ในหมวด Other Network Printers ให้เลือกข้อ:


Internet Printing Protocol (http)

แล้วกดปุ่ม Continue

ขั้นตอนถัดไป (สำคัญมาก):

เมื่อกด Continue แล้ว ระบบจะให้ใส่ Connection URL ให้คุณพิมพ์ที่อยู่ตามเลข IP ของเครื่องพิมพ์คุณดังนี้ครับ:

http://192.168.1.39:631/ipp/print

(อ้างอิงเลข IP 192.168.1.39 จากรูปแรกที่คุณส่งมาให้ดูครับ)

เหตุผลที่ใช้วิธีนี้:

การใช้เลข IP โดยตรงจะเสถียรกว่ามากบน Linux เพราะคอมพิวเตอร์จะวิ่งไปหาเครื่องพิมพ์ที่ที่อยู่นั้นทันที ไม่ต้องรอถามระบบเครือข่ายว่า "เครื่องชื่อ EPSON5C38A2 อยู่ที่ไหน" ซึ่งมักจะเป็นจุดที่ทำให้เกิด Error ครับ

เมื่อกรอกเสร็จแล้ว กด Continue ไปเรื่อยๆ จนจบกระบวนการ (ใช้ Driver ตัวเดิมที่เลือกไว้) แล้วลองสั่งพิมพ์ใหม่อีกครั้งครับ






ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วิธีใช้งาน Ubuntu Server && Debian Server

ติดตั้ง pip3 ใน linux และวิธีใช้งาน

สร้าง Service ให้ Run สคริปต์ Python ใน Debian